2006/Mar/29

ระหว่างช่วงต่อของเพลงที่หนึ่งและสอง คู่หลายคู่กำลังเตรียมเปลี่ยนคู่กัน แต่ไม่ใช่คู่ของคาโลและเฟลิโอน่า

คาโลกระชับแขนมากขึ้นเหมือนกลัวเฟลิโอน่าจะถูกฉกตัวไปเสียงยังไงยังงั้น


พึ่บ พึ่บ พึ่บ


เสียงกระโปรงบานยาวสยายหลายคู่กำลังหมุนตัวสับเปลี่ยนคู่

คาโลและเฟลิโอน่าที่ไม่น่าถูกแยกออกจากกันได้ก็กลับไปรู้ตัวอีกทีในอ้อมแขนของอีกคนหนึ่ง

คาโลมารู้ตัวอีกทีก็กำลังโอบเอวบางไหล่บาง แต่พอเพ่งมองนั้นกลายเป็นผมสีม่วงนันยน์ตาสีดำสดใสที่กำลังจ้องมาอยู่


เรนอน!


เมื่อรู้ตัวก็รีบมองหาเฟลิโอน่าโดยเร็ว

อยู่นั่น! โร เซวาเรส! เสียงคำรามในใจ ที่บอกได้ว่าเจ้าตัวไม่พอใจตงิดๆ


เฟลิโอน่าเมื่อรู้ตัวอีกที ก็ถูกมือใหญ่โอบไว้ แต่พอมองให้ชัดๆก็แทบอุทานเสียงดังยังดีที่สะกดเสียงให้เบาได้ทัน

โร! เจ้าของนัยน์ตาสีเขียวที่มองสบอยู่นานคลี่รอยยิ้มบาง


แน่นอนว่ามาทิลดาและคิลต้องเต้นคู่กันไปก่อนโดยปริยาย ซึ่งเป็นอะไรที่...



ตาบ้า! อย่าเหยียบเท้าฉันสิ!

ก็เธอนั่นแหล่ะเต้นผิดเอง

ตานายนั่นแหล่ะที่มองที่อื่นอยู่ได้ ถึงได้เหยียบเท้าชั้น!

&#%$#@!$/%..

$#%#!&$%@#$%

แล้วทั้งคู่ก็กลายเป็นจุดสนใจของงานเพราะเสียงที่เถียงกันแสนจะดังจนกลบแม้แต่เสียงที่คิงทั้งสองนั่งคุยกัน

แม้นั่นจะห่างกันมากโขอยู่ก็ตาม ด้วยความรำคาญที่คุยกับคิงบาโรไม่รู้เรื่องเพราะเสียงทะเลาะ

ท่านจ้าวจึงโบกมือหนึ่งทีคล้ายจะเรียก security guard แล้วก็จริงดังคาดเมื่อยามพุ่งเข้ามาลากตัวทั้งคู่ออกไปอย่างรวดเร็ว

ทำให้เฟลิโอน่าและคาโลหันไปมองหน้ากันโดยไม่ได้นัดหมาย

ช่วยด้วย! สายตาเจ้าหญิงส่งมาเช่นนั้น

อดทนหน่อยนะ เดี๋ยวก็จบเพลงแล้ว! สายตาเจ้าชายส่งตอบกลับไป

เจ้าหญิงพยักหน้ารับทีหนึ่ง ก็ได้ยินเสียงนุ่มดังข้างหู


วันนี้เธอสวยมากเลย เฟลิโอน่า

ตาบ้า! ฉวยโอกาส! เอนหน้าเข้ามาข้างหูเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ #@$^$#&%$##%&%@&$!

แม้ว่าจะสบถด่าในใจเท่าไหร่ดวงหน้าของเจ้าหญิงก็แดงก่ำไปแล้วอย่างกู่ไม่กลับ...


[~@~>JaopinzZ<~@~]



เฮ้อ... จบเพลงซะที...

เจ้าหญิงคิดอย่างยินดีเล็กๆ เพราะเกือบทันทีที่เพลงจบ คาโลซึ่งเต้นรำอยู่ใกล้ๆก็ขยับมาฉวยเธอเข้าอ้อมแขนอย่างรวดเร็ว

เรียกได้ว่าโรยังงงเพราะแขนของตัวเองยังอยู่กับเอวเจ้าหญิงแท้ๆ กลับโดนฉกเจ้าหญิงไปได้ซะนี่

แต่ก็นั่นแหล่ะ เพราะเมื่อเริ่มเพลงที่สามก็ต้องมองหาคู่คนต่อไป ไม่งั้นคงต้องไปนั่งอยู่ที่โต๊ะกินเลี้ยงอันเกือบจะร้างผู้คน

แล้วไม่รอช้าเมื่อท่านขอทานกิตติมศักดิ์

ก็ปราดเข้าไปโค้งให้ทีหนึ่งและคว้าเรนอนเข้าอ้อมแขน โดยที่สาวเจ้ายังไม่ได้แม้แต่พยักหน้า

แต่ก็ยอมอยู่ในอ้อมแขนเขาไปโดยปริยาย

คู่นี้แตกต่างจากคู่อื่นเพราะสายตาของคนทั้งสองไม่ได้มองไปที่คนตรงข้ามแต่กลับมองไปที่คู่ที่เด่นที่สุดในงานซึ่งก็คือเจ้าหญิง


เฟลิโอน่า เกรเดเวล และ เจ้าชาย คาโล วาเนบลี นั่นเอง

เพลงที่สามนี้จังหวะเริ่มเร็วขึ้น ยิ่งเร็วเจ้าชายก็ยิ่งกระชับเจ้าหญิงเข้ามาใกล้มากขึ้นเท่านั้น

จนตอนนี้ริมฝีปากทั้งคู่เกือบจะติดกันอยู่แล้ว แต่ก็ยังไม่ติดเพราะเจ้าชายและเจ้าหญิงจะคอยเบี่ยงหน้าหลบ


โดยที่ไม่ได้วางสายตาจากคนตรงข้ามเลยแม้แต่น้อย และก็แน่นอนว่าเป็นภาพที่เข้าตากรรมการอย่าง

คิงเอวิเดส เกรเดเวล และ คิงบาโร วาเนบลี ที่กำลังเจรจาลดแลกแจกแถมเรื่องงานหมั้นและสินสอดกันอยู่นั่นเอง


ทั้งสองกรรมการนั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อย่างมีความสุข

เอางี้ไม๊ถ้าคาโลมันแต่งกับเฟลิโอน่าแล้ว ก็ให้ทั้งสองคนมาอยู่ที่เดมอส แล้วข้าจะแบ่งให้คาโลมันครึ่งหนึ่ง จ้าวปีศาจพูดต่อ

เยี่ยม แต่ท่านต้องเอาปราสาทน้ำแข็งในคาโนวาลไปให้คาโลมันด้วยนะ เรื่องการขนส่งเดี๋ยวข้าจัดการให้" คิงบาโรต่อบ้าง

งั้นเรื่องของหมั้นข้าจะสร้างปราสาทสี่ฤดูให้มันทั้งสองคนแล้วกัน ไว้ที่ข้างๆวังข้าเนี่ยแหล่ะ

จ้าวปีศาจลดแลกแจกแถม


งั้นข้าเอาเหมืองทองที่เป็นของคาโนวาลยกให้เป็นสินสอดแล้วกัน

คิงบาโรยังไม่ยอมหยุดการลดแลกแจกแถม


แล้วงานแต่งจะเริ่มเมื่อไหร่ดีเล่า จ้าวปีศาจถาม

ไม่หมั้นก่อนรึ?


เด็กสมัยนี้ใจร้อนจะตายไป ลองถามมันสิมันคงไม่ยอมแม้แต่เรื่องรอสร้างปราสาทเลยด้วยซ้ำ

อืม... ข้าเห็นด้วยงั้นตกลงเป็นอาทิตย์หน้าดีไหม

เยี่ยม! งั้นตกลงตามนี้

แล้วงานจะเริ่มกี่โมงดีล่ะ?

อื้อ..นั่นสิ....

.................



ทั้งสองยังคงลดแลกแจกแถมเรื่องบุตรและธิดาของตนต่อไปอีกนานจนงานจบ จึงเป็นอันลงมติได้ว่า...

วันอาทิตย์ที่ 15 กันยายน เวลา 18.30 เนี่ยแหล่ะ!

เยี่ยมๆ ความคิดดี จ้าวปีศาจเอ่ยชม

ก่อนที่กษัตริย์ทั้งหลายจะเสด็จกลับเพราะงานเลิกแล้วจ้าวปีศาจก็ได้พูดทิ้งท้ายว่า

บาโร ข้าว่าเรื่องป้อมน้ำแข็งเดี๋ยวข้าจัดการเองแล้วกัน เจ้าน่ะเป็นมนุษย์สู่ปีศาจอย่างข้าไม่ได้หรอก รับรอง

เป็นคำทิ้งท้ายที่ดูเหมือนชวนทะเลาะอยู่มาก แต่จริงๆแล้ว...

ท่านพูดถูก! งั้นข้าก็รบกวนด้วยแล้วกัน อย่าลืมตามนัดล่ะ! แถมพี่ท่านยังยิ้มให้จ้าวปีศาจ ที่พลอยยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กันไปทั้งคู่อีกด้วย


เมื่องานเลี้ยงเลิก เหล่าลูกศิษย์เอดินเบิร์กทั้งหลายก็ทยอยกันกลับเอดินเบิร์ก เหลือไว้แต่เจ้าหญิงเฟลิโอน่า เกรเดเวล ที่จะกลับพรุ่งนี้


เจ้าชายคาโลก็โดนคิงบาโร ลากกลับเอดินเบิร์กโดยระหว่างทางจะไปส่ง และเล่าเรื่องงานหมั้น ที่กำลังจะมาถึงอีกหนึ่งอาทิตย์ข้างหน้า


ที่ทำให้สีหน้าของเจ้าชายสุกก่ำสลับขาวซีด ด้วยเพราะรู้สึกดีใจปนกับเกรงใจจ้าวปีศาจนั่นเอง

ส่วนเจ้านักฆ่าตาม่วงก็ในเมื่อเจ้าชายไม่อยู่ไหนจะกล้าเสนอหน้าอยู่ แถมเผื่อเจ้าชายเกิดหึงขึ้นมาล่ะก็เขานั่นแหล่ะที่จะซวยคนแรก

แถมเจ้าเพื่อนซี้ก็กลายเป็นผู้หญิงเสียยังงี้ แล้วเขาจะทำยังไงได้เมื่อยังทำใจไม่ได้ด้วยซ้ำ จึงลากลับเอดินเบิร์ก

ส่วนขอทานผู้รอบรู้ก็ไม่ยอมไปไหน โดยอ้างว่าเป็นองครักษ์ต้องคอยอยู่ปกป้องเจ้าหญิง แม้จะฟังแปลกๆแต่ท่านจ้าวก็ไม่ได้ว่าอะไร

ส่วนที่เหลือก็กลับไปกันหมด ท้องพระโรงที่เคยเต็มเพราะเหล่าหมู่คนทั้งหลายจึงโล่งจนน่าแปลกใจ

แถมยังทิ้งเศษขยะเกลื่อนพื้นอีกต่างหาก ลำบากพวกนางกำนัลและเหล่าองครักษ์ทั้งหลายต้องมานั่งเก็บกวาด

เมื่อเห็นสถานที่ร้างผู้คนเรียบร้องแล้วเจ้าหญิงก็เริ่มเหนื่อยจริงๆจึงคิดจะกลับเข้าห้องไปแผ่หลาบนเตียงให้หนำใจ

แต่โดนจ้าวปีศาจเรียกไว้ซะก่อน พอรู้เรื่องที่จะให้แต่งกับคาโลอีกอาทิตย์ข้างหน้า เจ้าหญิงที่จิตใจตอนนี้เป็นหญิง

แทบลมใส่เพราะอะไรจะกระทันหันด่วนจี๋ปานนั้น นี่ถ้าไม่ติดว่าตกลงกับคิงบาโรไว้แล้วล่ะก็เจ้าหล่อนจะยกเลิกให้ดูเลยจริงๆด้วยเอ้า!

แต่มันก็ปนความดีใจอยู่ด้วยนั่นแหล่ะสุดท้ายก็หมดธุระได้กลับเข้าห้องนอนอีกครั้ง

เข้าห้องได้ปุ๊บก็ล็อกประตูแล้วอาบน้ำเสร็จก็ล้มตึงใส่เตียงทันที



ช่างเป็นอะไรที่ขอทานผู้รอบรู้คิดอยู่เสียหลายรอบว่าพรุ่งนี้จะเป็นยังไง หากจู่ๆเจ้าหญิงก็กลายเป็นเฟรินคนเดิม


...

โปรดติดตามตอนต่อไป ^^


2006/Mar/29

เสียงพูดคุยและหยอกล้อ เฮฮากันดังอยู่ทั่วท้องพระโรงที่แสนโออ่า ส่วนใหญ่จะพูดถึงเรื่องที่ได้รับเกียรติให้มายังงานเลี้ยงนี้

พลันทุกสรรพเสียงก็เงียบกริบเมื่อประตูทองบานใหญ่บนยกพื้นที่อยู่ด้านขวาของบัลลังก์ถูกเปิด


จ้าวปีศาจก้าวออกมาเด่นเป็นสง่า ตามด้วยองครักษ์ตัวจิ๋ว แล้วขึ้นไปยืนหน้าบัลลังก์


เราขอบใจทุกท่านมากที่ให้เกียรติมาในงานอันทรงเกียรตินี้

ทรงเกียรติยังไงวะ เสียงในใจของบรรดานักเรียนเอดินเบิร์ก

เราได้จัดที่ประทับสำหรับกษัตริย์แห่งเอเดนทั้งหลายไว้แล้วทางด้านขวาของบัลลังก์นี้... ท่านจ้าวผายมือ

ไปยังด้านขวาของบัลลังก์ที่มีเก้าอี้หรูหราชนิดที่เก้าอี้สมัยวิกตอเรียยังเรียกพี่

ที่มีเหล่ากษัตริย์แห่งเอเดนนั่งอยู่ก่อนแล้ว

ท่านทั้งหลายคงทราบประสงค์ที่ได้รับเชิญมาในวันนี้แล้วว่า

นี่คืองานเลี้ยงฉลองวันเกิดของเจ้าหญิง เฟลิโอน่า เกรเดเวล เดอะปริ๊นเซส ออฟ เดมอส! ท่านจ้าวกล่าวจุดประสงค์ของงานเสร็จ

ก็เอ่ยเปิดงาน

ข้าขอเปิดงานเลี้ยงตั้งแต่ ณ บัดนี้เป็นต้นไป! ท่านจ้าวพูดจบเสียงปรบมือก็ดังกระหึ่ม

ท่านจ้าวโค้งเล็กน้อย แล้วนั่งลงบนบัลลังก์ เพื่อรอเวลาที่เจ้าหญิงจะเสด็จซักที ใจหนึ่งก็กลัวพระธิดาสุดที่รักจะทำตัวไม่สมหญิง

ทำให้งานเลี้ยงพังครืน แต่คิดไปคิดมาก็ไม่แน่...


แอ๊ด... เสียงประตูทองเปิดอีกครั้งหลังจากท่านจ้าวกล่าวเปิดไปได้พักเดียว

ทุกสายตาในท้องพระโรงจับจ้องไปยังต้นกำเนิดเสียงและเสียงในห้องก็พลันเงียบกริบอีกครั้ง

และภาพสตรีผู้สูงศักดิ์ใส่ชุดขาวบริสุทธิ์ ยาวจรดพื้นเหยียดตัวตรงขณะก้าวเดิน ผมสีน้ำตาลไหม้ที่ถูกรวบไว้ด้านหลัง

ก็ทำให้ทั้งห้องเกือบลืมหายใจ

ชุดขาวตัดกับผิวที่ขาวนวลให้ยิ่งชวนหลงไหล คอเสื้อกว้างเห็นไหล่ขาวนวล และสร้อยคอที่ยาวหรู

ไรผมสีน้ำตาลไหม้คลอเคลียอยู่กับดวงหน้านวลที่ที่พวงแก้มเป็นสีชมพูเรื่อ ดวงตาสีน้ำตาลใสทรงอำนาจ

เรียวปากสีแดงสดเหยียดรอยยิ้ม ทำให้ทั้งห้องสว่างไสวขึ้นทันตา

เจ้าหล่อนก้าวเดินออกมาแล้วประทับยืนข้างบัลลังก์ท่านจ้าว ดวงหน้านวลบัดนี้ยิ้มแย้ม ที่ทำให้ชาวป้อมอัศวินบางคนหายใจสะดุด


เนี่ยนะ เฟรินที่เราเคยรู้จัก!!!



ท่านพ่อเปิดงานเลี้ยงแล้วใช่ไหมเพคะ เจ้าหล่อนหันไปถามจ้าวปีศาจ

อืม ที่เหลือก็รอเจ้ามาเปิดฟลอร์ จ้าวปีศาจตอบ ทำให้ดวงหน้าคนฟังมุ่ยไปพักนึง

เปิดตอนนี้เลยหรือคะ? เจ้าหล่อนถาม

ใช่ จ้าวปีศาจตอบ แล้วคาโล วาเนบลี ก็เดินเข้ามาหาเจ้าหญิงราวกับรู้งาน เขาโค้งให้เธอทีหนึ่งราวคำขอเต้นรำ

เจ้าหญิงเองก็รีบถอนสายบัวแล้วให้เขาประคองมืออันบอบบางและร่างของเธอลงจากยกพื้นแล้วก้าวไปยังฟลอร์

ใหญ่กลางท้องพระโรง แล้วเสียงดนตรีเอื่อยๆหวานๆก็ค่อยๆดังขึ้น

ทั้งคู่เต้นช้าๆตามจังหวะเพลงโดยที่เฟรินไม่เหยียบเท้าคาโลเลยแม้แต่ทีเดียว ทำให้คาโลเริ่มสงสัยเล็กๆ แต่ก็กะว่าจะไว้ถามทีหลัง

สายตาทุกคู่ในท้องพระโรงจับจ้องมายังคู่ที่เด่นสุดๆกลางฟลอร์

เจ้าชาย คาโล วาเนบลีใส่ทักซิโดสีดำสุดโก้ เจ้าหญิง เฟลิโอน่า เกรเดเวล ใส่ชุดราตรีสีขาวสุดสง่า

เวลาผ่านไปเกือบสิบนาทีคู่เต้นรำคู่ที่สองก็ก้าวเข้ามาร่วมแจม แถมขยิบตาให้นิดนึงเสียด้วย


จะเป็นใครได้นอกจากนักฆ่าหัวม่วง ทำให้เจ้าหญิงขยับรอยยิ้ม เพราะคู่ที่มันพาออกมาไม่ใช่ใครอื่น

นอกจาก เจ้าหญิง เรนอน ธีน็อต! แล้วคู่ที่สามก็มาสมทบ แน่นอนว่าต้องเป็นคนที่ทำให้เจ้าหญิง ขยับรอยยิ้มอีกครั้ง


ก็จะเป็นใครไปได้นอกจากเจ้าขอทานตัวปลอมจากทริสทอร์ที่ตอนนี้ควงเจ้าหญิงออกมา!

เจ้าหญิง มาทิลดา ซิลเวอร์! ใครจะเชื่อว่าเจ้าขอทานบ้านั่นสามารถแม้กระทั่งทำให้มาทิลด้ายอมเต้นด้วยได้!
แล้วคู่เต้นรำอื่นๆก็ทยอยกันเข้ามาจนฟลอร์เกือบเต็ม แต่ฟลอร์นั้นไม่มีวันเต็มเนื่องด้วยเขตอาคมของเจ้าปีศาจนั่นเอง


แน่นอนว่าบรรดาคิงทั้งหลายก็เห็นเฟลิโอน่าและคาโลเหมาะสมกันอย่างยิ่ง ทำให้เกิดการคุยกันอย่างออกรสของ

คิงบาโร วาเนบลี และ คิงเอวิเดส เกรเดเวล แถมคุยกันอย่างออกรสถึงขนาดหน้าบานเป็นกระด้งเลยเชียว


ทำให้เจ้าหญิงชักกังวลเล็กๆว่าพ่อสุดที่รักมีแผนอะไรอีกเนี่ย? ส่วนคาโลเองก็งงไม่แพ้กันเพราะเสด็จพ่อผู้เหี้ยมเกรียม

ต่อหน้าทุกคนไม่เคยแสดงอาการหัวเราะแก๊กหลุดขนาดนี้เลย...





แน่นอนว่าทั้งสองไม่ได้รู้เลยว่าพ่อสุดที่รักของทั้งคู่นั้น กำลังคุยเรื่องงานหมั้นและงานแต่งงานของทั้งคู่อยู่นั่นเอง...



...

โปรดติดตามตอนต่อไป ^^

2006/Mar/29

เจ้าหญิงทรงปรีชาสามารถมากเลยพ่ะย่ะค่ะ! เจ้าโกโดมรีบเข้ามากุลีกุจอพูด ทั้งที่ตัวมันเปียกแฉะทำให้ท้องพระโรงเปียกไปหมด
สาเหตุเพราะท่านจ้าวรำคาญจึงใช้ให้นางกำนัลเอาน้ำหนึ่งถังเต็มๆไปสาดใส่เจ้าโคมุสตัวเล็กที่สลบเหมือดไม่รู้เวลา

ผลที่ตามมาก็คือมันสะดุ้งตาโตแล้วรีบวิ่งมาหาเจ้าหญิงและนายเหนือหัวที่ยืนคุยกันอยู่


เจ้าหญิงยิ้มกับคำชมนั่น

แน่นอนว่าเรื่องบาดแผลที่แขนซ้ายของเจ้าหญิงหายไปอย่างรวดเร็วเพราะทันทีที่ก้าวลงจากเวที

เจ้าชายน้ำแข็งก็ปราดเข้ามารักษาแย่งงานท่านจ้าวทันที แม้เลือดจะไหลย้อยมากแค่ไหนแต่เธอก็ไม่รู้สึกอีกแล้วเพราะหนักกว่านี้

ก็เคยเจอมาแล้วแค่นี้ไม่ครณาหรอก!

เสด็จพ่อ วันนี้ลูกขอพักหน่อยได้ไหม รู้สึกเหนื่อยชอบกล เจ้าหญิงกล่าว

เจ้าไปนอนพักเถอะ เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับงานเลี้ยงคืนนี้แล้วกัน ท่านจ้าวพูด

งานเลี้ยง!!!



ใช่! งานเลี้ยงที่บรรดาบุคคลสำคัญจากเอเดนจะเดินทางมา!!!



พรืด!!!



เจ้าหญิงเกือบได้ลงไปกองกับพื้น ยังดีที่คาโลรับไว้ได้ทัน

คราวนี้คนที่สลบเหมือดเพราะความตกใจไม่ใช่โกโดม แต่เป็นเจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์ที่ทุกคนเข้าใจว่าคงเหนื่อยจากการประลอง

แต่ความจริงช็อคเรื่องงานเลี้ยงต่างหาก

ทำให้คาโลต้องอุ้มเจ้าหญิงไปส่งถึงห้อง



[~@~>JaopinzZ<~@~]



อะ...อืม เสียงครางเบาๆดังมาจากร่างที่นอนอยู่บนเตียง

เมื่อกวาดสายตามองไปรอบๆ เรื่องราวที่เพิ่งผ่านมาก็วิ่งวาบกลับเข้ามาในความทรงจำ

นี่เป็นห้องของแม่เธอ ห้องนอนของเธอในปัจจุบัน

เธอลุกขึ้นมานั่งสะบัดหัวไล่ความมึนเล็กน้อย หันไปมองหานาฬิกาภายในห้องที่ผนังด้านซ้าย



หูย!!! นี่เธอหลับมาตั้งห้าชั่วโมงแน่ะ!!! ตั้งแต่11โมงยันบ่ายสี่


ตายแล้ว! งานเลี้ยง... งานเต้นรำ.. ข้าวก็ยังไม่ได้กินแล้วจะมีแรงไหมเนี่ย?



คิดแล้วก็ลุกขึ้นเดินออกไปหน้าประตู แล้วสั่งนางกำนัล


เดี๋ยวช่วยหาอาหารไปเซิร์ฟข้างในหน่อยนะ


เพคะ นางกำนัลก้มหัวรับใช้แล้วเดินจากไป


หลับยาวเลยนะ เฟลิโอน่า อย่างลืมเตรียมตัวสำหรับงานเลี้ยงล่ะ ท่านจ้าวเดินผ่านมาพอดีเอ่ยขึ้น


งานเลี้ยงเริ่มกี่โมงเพคะ? เจ้าหญิงถาม อย่างไม่ได้ดูสารรูปตัวเองเสียเลย



ท่านจ้าวกวาดตามองเจ้าหญิงแล้วถอนหายใจเบา สภาพแบบนี้คงใช้เวลา สองสามชั่วโมงกระมัง...


ดวงตาสีน้ำตาลคู่โตกำลังจับจ้องมายังผู้ถูกถาม ใบหน้าหวานดูอิดโรยเล็กน้อย ผมสีน้ำตาลไหม้ยุ่งเหยิงกระเซิง

อย่างมองผาดเดียวก็รู้ว่าเพิ่งตื่นนอนแน่ๆ ชุดกระโปรงที่ใส่แม้ไม่บานและอลังการแต่ก็ยับยู่ยี่เฉียดๆหลุดลุ่ย

เริ่มทุ่มนึง ลูกไปเตรียมตัวให้ดีเถอะ เดี๋ยวจะไม่ทันเวลา ท่านจ้าวตอบแล้วเดินจากไป

อาหารมาแล้วเพคะเจ้าหญิง นางกำนัลยกถาดข้าวต้มมาให้ อย่างกับจะให้คนป่วยกิน

ขอบใจ เจ้าหญิงรับถาดแล้วเดินกลับเข้ามาในห้อง วางถาดไว้บนโต๊ะเขียนหนังสือแล้วถอนใจ

เดินไปดูสารรูปตัวเองที่กระจกอย่างไม่นึกสงสัยเท่าไหร่ว่าที่ท่านจ้าวกวาดตามองแล้วถอนใจอย่างนั้น


คงดูไม่ได้แหงมๆ แล้วก็จริงดังคาด ดวงตาสีน้ำตาลคู่โตที่จ้องกลับมาในกระจก ดูบวมๆดวงหน้าคล้ำคล้ายคนอดนอน

ผมเผ้ากระเซิงหลุดลุ่ย เสื้อผ้าก็ยู่ยี่เสียไม่มีชิ้นดี เนี่ยนะเจ้าหญิง ที่ใครก็พากันว่าเลอโฉม...

เจ้าหญิงขยับมือเสยผมที่ยุ่งยิ่งนั้นแล้วเดินไปนั่งกินข้าวต้ม ขนาดรีบกินก็แล้วทำไมมันไม่หมดซะทีวะเนี่ย...

เจ้าหญิงเริ่มฉุน แล้วก็จัดการยัดข้าวต้มเข้าปากแบบที่เคยชิน


ตอนเป็นนาย เฟริน เดอเบอร์โรว์ เสียเลย ผลที่ปรากฏก็น่าพอใจเพราะไม่นานโจ๊กก็หมดอย่างรวดเร็ว

หันไปมองนาฬิกาอีกครั้ง



เอ...นี่มันสี่โมงครึ่งแล้วนี่นา นี่เราใช้เวลากินข้าวตั้งครึ่งชั่วโมงเชียวรึเนี่ย???

คิดแล้วก็วิ่งไปเข้าห้องน้ำรีบอาบน้ำอย่างเร็ว พอออกมาก็เห็นนางกำนัลสองคนอยู่ในห้อง คนหนึ่งยกถาดอาหารออกไป

อีกคนหนึ่งถอนสายบัวเมื่อเห็นเธอออกจากห้องน้ำแล้วว่า

ถวายบังคมเพคะเจ้าหญิง หม่อมฉันมาช่วยพระองค์แต่งองค์เพคะ นางกำนัลทูลเสร็จก็เดินไปหยิบชุดราตรี

สีขาวสำอาดมาให้เจ้าหญิง ที่เจ้าหญิงมองชุดแล้วทำหน้าแหย... ชั้นจะใส่เข้าไปได้ยังไงเนี่ย? ใส่ชุดหรูหราฟู่ฟ่า


อยู่ทุกวันแต่ไม่เห็นตัวไหนจะเหมือนตัวนี้... แต่ก็ต้องตัดใจคว้าชุดมาจากนางกำนัลแล้วเดินเข้าห้องน้ำไป...

แอ๊ด...




เสียงประตูห้องน้ำเปิดออกด้วยฝีมือของคนที่อยู่ข้างใน

ทันทีที่ร่างในห้องน้ำก้าวเท้าออกมานางกำนัลก็เบิกตาโตยิ่งกว่าไข่ห่าน

โอ้ว... พระเจ้า! เจ้าหญิงของเธอเหมือนอลิเซียแห่งบารามอสเสียเหลือเกิน ไม่เพียงเท่านั้น

แต่ยังสวยสง่ากว่าทุกคนที่เธอเคยเห็นมาในชีวิตเสียอีก!!!

เจ้าหญิง... ทรงพระสิริโฉมมากเพคะ... เอ่ยชมได้เท่านั้นเจ้าหญิงก็ก้าวออกมาจากห้องน้ำเต็มตัว ราวกับนางพญาหงส์เสียนี่กระไร

ชุดนี่ข้าไม่เคยเห็นในตู้ เจ้าไปเอาชุดนี้มาจากไหน? เจ้าหญิงถาม ขณะก้มสำรวจชุดราตรีสีขาวที่รัดรูปเสียเกือบอึดอัด



(ถ้าหากไม่ได้กินเห็ดเข้าไปสงสัยโวยวายปราสาทพังเพราะชุดนี้ใส่ยากกว่าชุดของแองจี้เสียอีก)


กระโปรงยาวด้านหน้าที่มิดเท้าอย่างพอดีราวกับวัดความสูงมายังไงยังงั้น ส่วนกระโปรงด้านหลังยาวลากพื้น

คอเสื้อกว้างโชว์ไหล่ทั้งสองข้าง แถมด้านหลังก็ผ่าซะเห็นหลังเสียเกือบหมด

ทำให้เธอหวังเหลือเกินว่าจะมีผ้าคลุมให้ใส่ในงานไม่งั้นอาจหนาวตายอยู่กลางงาน

เจ้าหญิงเชิญประทับที่เก้าอี้นี่เลยเพคะ นางกำนัลพูดหลังหลุดจากภวังเมื่อเห็นเจ้าหญิงได้แล้ว

เจ้าหญิงก็เดินไปนั่งอย่างว่าง่าย แล้วจากนั้นการทำผมแต่งองค์ทรงเครื่องก็เริ่มขึ้น


จนเวลาผ่านไป...




ห้าโมง...




ห้าโมงครึ่ง...




หกโมง...




หกโมงครึ่ง...




เสร็จแล้วเพคะ! เสียงสวรรค์ก็ดังขึ้น ทำให้เจ้าหญิงที่แทบเป็นรูปปั้นอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งรีบลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

ราวกับกลัวว่าจะไม่ได้ขยับอีกเลย

นางกำนัลมองดูฝีมือของตนแล้วยิ้มชอบใจ

ผมสีน้ำตาลถูกรวบหางม้าไว้กลางกระหม่อม ผมที่ปล่อยออกมาก็ถูกดัดให้เป็นเกลียวใหญ่ๆจรดปลายผม

เมื่อถูกแสงไฟก็ยิ่งวาวมีน้ำหนักเหมือนสุขภาพดี ปล่อยไรผมที่ยาวไม่มากไว่คลอเคลียดวงหน้านวลที่ถูกปัดสีแก้มเล็กน้อย

ริมฝีปากอวบอิ่มสีแดง และดวงตาโตสีน้ำตาลที่ดูสดใส แม้ในยามที่คิ้วของเจ้าตัวขมวดมุ่น เพราะเริ่มเหน็บกิน

อืม... อย่างสุดท้ายเพคะ! แล้วนางกำนัลก็คาดมงกุฏอันเล็กๆไว้บนผมที่ถูกรวบ

เอ้า อย่างท้ายสุดเพคะ! แล้วนางกำนัลก็สวมสร้อยคอ ที่(โคตรรรรร)หรูหราชนิดคลีโอพัตราใส่

ตะขอสร้อยเป็นคล้ายเงินเส้นบางๆ พอเริ่มอยู่ตรงกลางคอก็มีลวดลายมากมายยังกับเถาองุ่นระโยงระยาง

และที่ตรงกลางลวดลายนั้นก็มีอัญมณีสีเหลือบเม็ดเท่าไข่ไก่อยู่ เจ้าหญิงมองมันในกระจกด้วยความสนเท่ห์

นี่คือสร้อยของพระนางอลิเซียเพคะ เป็นสร้อยที่ท่านจ้าวประทานให้ในวันแรกที่มาถึงเดมอสเพคะ นางกำนัลอธิบาย

อัญมณีสีเหลือบนี่คืออะไร เจ้าหญิงถาม


มันคือพลอยชนิดหนึ่งที่หาได้เฉพาะในเดมอสเท่านั้นเพคะ มีพลังช่วยเยียวยารักษาและปกป้องผู้เป็นเจ้าของเพคะ นางกำนัลอธิบายต่อ


อย่างไม่หน่ายกับคำถามของเจ้าหญิง


ได้เวลาแล้วล่ะเพคะ แล้วนางกำนัลก็สำรวจตัวเจ้าหญิงเป็นครั้งสุดท้ายก่อนเดินนำทางไปยังท้องพระโรงที่แสนโอ่อ่า

ณ ใจกลางของปราสาทแห่งเดมอส...


...

โปรดติดตามตอนต่อไป ^^



Unchasa Niyamanon
View full profile